โครงการพัฒนาการเรียนวิชาจริยเวชศาสตร์ผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์(The development of the Ethical E-learning project)   

  พอ.ศุภกิจ สงวนดีกุล แผนกศัลยกรรมประสาท กองศัลยกรรม รพ.พระมงกุฏเกล้า


บทนำ(Background) : การเรียนจริยธรรมเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการสร้างแพทย์และศัลยแพทย์ที่ดีมีคุณภาพคือมีทั้งความรู้และคุณธรรม โครงการพัฒนาการเรียนจริยเวชศาสตร์ผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์ ภายใต้แนวคิดการเรียนอย่างมีอิสระ,สะดวก,ทุกที่, ทุกเวลา,เริ่มเป็นครั้งแรกในวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฏเกล้าเพื่อส่งเสริมจริยธรรม การเรียนผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์ E-learningภายในวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฏเกล้ามีการพัฒนาในสาขาต่างๆและเริ่มใช้งานตั้งแต่ปี2549 โดยเริ่มทำโครงการศึกษานำร่องการเรียนผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์วิชาประสาทศัลยศาสตร์และการศึกษาผลการใช้งานในการทดลองรูปแบบเรียนการสอน ซึ่งสามารถยืนยันถึงประโยชน์ที่ได้รับซึ่งเป็นการฝึกสอนและพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเองแก่นักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมรู้จักค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองจากบทเรียนที่มีเนื้อหาตรงตามหลักสูตรที่แพทยสภากำหนดซึ่งเพิ่มแหล่งข้อมูล,พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาด้านจริยธรรม มีการประเมินผลโดยแบบทดสอบก่อนและหลังการเรียนการสอน และแบบประเมินโดยผู้ใช้ โดยไม่มีผลกระทบต่อการตัดเกรด เพื่อส่งเสริมจริยธรรม
วัตถุประสงค์(Objective): เพื่อส่งเสริมจริยธรรมในรร.แพทย์และพัฒนาการเรียนวิชาจริยเวชศาสตร์ผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์และประเมินผลการเรียน
วิธีการ(Material&method):ศึกษาวิจัยเชิงทดลอง,การทดสอบรูปแบบการเรียนการสอน(Experimental,prospective, randomized control trial)ที่รพ.พระมงกุฎเกล้าตั้งแต่ สค.-ตค.2552กับนักเรียนแพทย์ทหารชั้นปีที่5จำนวน80คน แพทย์ประจำบ้านศัลยกรรม 20คน รวมทั้งสิ้น100คน สร้างสื่อการเรียนวิชาเวชจริยศาสตร์และแบบทดสอบเพื่อการเรียนผ่านอินเตอร์เนตบนเวบไซต์www.ebrain1.comและการเรียนผ่านอินทราเนตโดยโปรแกรมMoodle แบ่งกลุ่มเพื่อทำการศึกษาเป็น 2 กลุ่ม 1.)กลุ่มทดลอง เรียนผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์ และ2.)กลุ่มเปรียบเทียบเรียนตามปกติ ระยะเวลา2สัปดาห์ ประเมินผล ด้านความรู้(Knownledge) โดยแบทดสอบ ,ด้านเจตนคติ(Attitude) ด้านการปฏิบัติงาน(Perfomance)พฤติกรรมการแสดงออกอย่างมีจริยธรรมและคุณภาพของสื่อ(Media quality)โดยแบบประเมินผล Numeric rating scale(1น้อยที่สุด-5มากที่สุด),เก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบฐานข้อมูลโปรแกรมSPSSversion11.5และเอกสาร:แบบสอบถาม(Questionare),แบบประเมินผลปลายเปิด,แบบประเมินผลNumeric rating scaleและผลการสอบจากแบบทดสอบ
การวิเคราะห์ผลการวิจัยโดยใช้โปรแกรมSPSS version 11.5 วิเคราะห์ผลการศึกษา เปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยใช้ค่าเปรียบเทียบทางสถิติ t-test, วิเคราะห์ด้านความรู้โดยค่าเฉลี่ย (mean) ผลการสอบเป็นเปอร์เซนต์,วิเคราะห์ด้านเจตนคติการปฏิบัติงานและคุณภาพของสื่อโดยค่าเฉลี่ยจากการประเมินแบบNumeric rating scale,แบบสอบถามปลายเปิดด้านข้อเสนอแนะและความพึงพอใจที่จะใช้ในการปรับปรุงสื่อ
ผลการวิจัย(Result): นักเรียนแพทย์ทหารชั้นปีที่5 จำนวน 80 คน เพศชาย 29 คน เพศหญิง  51 คน  อายุเฉลี่ย23 ปี, แพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมชั้นปีที่1 20 คน เพศชาย 19 คน เพศหญิง  1 คน อายุเฉลี่ย 27 ปี,กลุ่มทดลองระยะเวลาที่ใช้อินเตอร์เนต ประมาณ 1-15 ชม.ต่อสัปดาห์ ,แพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมเฉลี่ย 6 ชม.ต่อสัปดาห์ ,นักเรียนแพทย์เฉลี่ย 9 ชม.ต่อสัปดาห์
1.ผลการทดสอบด้านความรู้นักศึกษากลุ่มทดลองมีผลการเรียนดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p=0.001) นักเรียนแพทย์ทหารชั้นปีที่5 กลุ่มทดลอง(E-learning) คะแนนเฉลี่ย 75.25% (60%-90%),กลุ่มควบคุมคะแนนเฉลี่ย 45.25%(25%-70%),แพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมชั้นปีที่1 กลุ่มทดลอง(E-learning) คะแนนเฉลี่ย 75.5%(60%-90%) ,กลุ่มควบคุมคะแนนเฉลี่ย 49.5%(20%-75%) ผลการทดสอบโดยรวมนักเรียนแพทย์ทหารชั้นปีที่5 80คน คะแนนเฉลี่ย 60.25% แพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมชั้นปีที่1 20คน  คะแนนเฉลี่ย 62.5%
2.ด้านเจตนคติ นักศึกษามีความพอใจมากที่มีการเรียนผ่านสื่อ(Numericrating scaleเฉลี่ย4 )
3.การปฏิบัติงานทางคลินิก(performance) ผลการปฏิบัติงาน น่าพอใจ(Numeric rating scale4)ไม่มีข้อบกพร่องทางจริยธรรมทั้ง กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
4.คุณภาพของสื่อดี(Numericrating scale4) นักศึกษาพอใจมากที่มีสื่อที่มีคุณภาพดี ให้ศึกษา และเสนอแนะข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาสื่อ เช่น ต้องการให้เพิ่มเนื้อหา แบบเรียนแบบทดสอบมากขึ้น และสาขาวิชาอื่นๆมากขึ้น

Resident

นักเรียนแพทย์

นักเรียนแพทย์

Resident

นักเรียนแพทย์

Resident

นักเรียนแพทย์

Resident

ผลการทดสอบ

ทักษะด้านจริยธรรม  


สรุป(Conclusion ) การเรียนผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์ช่วยเสริมการศึกษาช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาความรู้ มีเจตนคติและมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ประยุกต์จริยธรรมทางคลินิกได้ดี
Key word: Ethic,E-learning

ประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัย
1.)พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนจริยธรรม(วิชาจริยเวชศาสตร์)ผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์ Ethical E-learning มีบทเรียนตามหลักสูตรที่แพทยสภากำหนดและแบบทดสอบ สะดวกต่อการค้นคว้าได้ทุกที่(Tele-education via intranet&internet),ทุกเวลาและใช้งานจริงรวมทั้งทราบผลสัมฤทธิ์ของการศึกษารูปแบบใหม่ซึ่งใช้สื่ออิเลกโทรนิกส์และการเรียนรู้ด้วยตนเอง
2.)ส่งเสริมจริยธรรมในรร.แพทย์และรพ.พระมงกุฏเกล้า
3.)มีแหล่งข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าผ่านอินเตอร์เนต(www.ebrain1.com)และอินทราเนต
4.)พัฒนาคุณภาพการศึกษาควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพรพ.พระมงกุฏเกล้า
5.)พัฒนาคุณภาพแพทย์,ศัลยแพทย์
6.)แก้ปัญหาและป้องกันการฟ้องร้องทางการแพทย์ที่ต้นเหตุอย่างเป็นรูปธรรม
7.)เป็นงานวิจัยชิ้นแรกของประเทศไทยและวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฏเกล้าซึ่งสร้างองค์ความรู้ด้านแพทยศาสตร์ศึกษาส่งเสริมการเรียนจริยธรรมภายในประเทศ(Evidence based class 1) ยืนยันประโยชน์ของการเรียนผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์
8.)เป็นแนวทางในการพัฒนาการศึกษาผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์สาขาต่างๆทางการแพทย์

นวัตกรรมทางการศึกษา :การศึกษาผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์(E-learning)เป็นนวัตกรรมใหม่ในยุคโลกาภิวัฒน์,การเรียนผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์:อินเตอร์เนต เพื่อสะดวกแก่ผู้เรียน ทุกสถานที่ ทุกเวลา ภายใต้แนวคิดเรียนอย่างอิสระไม่มีขีดจำกัดและข้อกำหนด(Freedom of learning) เพิ่มโอกาสและความเท่าเทียมกันทางการศึกษา(Equity of learning) ลดค่าใช้จ่ายและสิ้นเปลืองจากการเดินทาง เป็นการศึกษาระยะไกล(Telemedicine) มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกสาขาวิชารวมทั้งแพทยศาสตร์ศึกษา ประเทศที่พัฒนาแล้วมีสถานศึกษาที่มีหลักสูตรและการรับรองการเรียนผ่านสื่ออิเลกโทรนิกส์    ผู้วิจัยจึงเริ่มโครงการเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้ทัดเทียมอารยประเทศ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดประโยชน์โดยตรงต่อการสร้างแพทย์และศัลยแพทย์ที่ดี มีความรู้คู่คุณธรรม