นิทานช่วยชาติ(Night tale)

นิทานอาหรับราตรี(1001 Arabian nights)

นิทานเวตาล(Vatarn,Vampire tale)

พุทธทำนาย(The prophesy)

เรื่องของโลกไตรภูมิ(Nirvana,God,Heaven,Earth,Hell)

การสร้างชาติ หรือสังคมโลกที่สงบสุขโดยการใช้สมองและหัวใจ (มิใช่ไม้เรียวสร้างชาติไม่ิใช้ความรุนแรง)การสอนด้วยเหตุผล เพื่อให้เกิดความฉลาด และ มีคุณธรรม

การใช้นิทานสอนคนหรือช่วยชาติที่ขาดความฉลาดและคุณธรรม ช่วยให้มีทั้งความฉลาดและคุณธรรม ช่วยทั้งประเทศชาติและโลก ทำให้มนุษย์มีสมองและหัวใจที่ดี

    นิทานอาหรับราตรี 1001ทิวาราตรี (1001 Arabian nights)                                                                                                                             
             นิทานที่เล่าขานกันมานานเป็นพันปี(ประมาณพศ.800) แปลเป็นหลายภาษา ภาษาไทยเริ่มมีผู้แปลคนแรกคือ ในหลวงร.๕ ซึ่งแปลบางเรื่อง ตั้งชื่อว่านิทราชาคริต นิทานเป็นเรื่องเล่าสนุกสนานสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ทุกคนเคยเป็นเด็กและฟังนิทานมาแล้วทั้งสิ้น นิทานที่ขึ้นชื่อว่ามีประโยชน์ ให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหรับ และสอดแทรกคุณธรรม บางคนฟังเพื่อความสนุกสนาน หากรู้จักคิดพิจารณาถึงสื่งที่ผู้แต่งนิทานต้องการถ่ายทอดแล้วจะพบภูมิปัญญาความฉลาดที่ผู้เล่าเรื่องเจตนาจะสอนบางอย่างแก่ผู้ฟัง  การทำความเข้าใจเรื่องที่ผู้เล่าแฝงไว้ในนิทานอาจเพิ่มความฉลาดรอบรู้และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์  (นิทานอาหรับราตรีนั้นอาจช่วยประเทศไทยรอดพ้นภัยจากการล่าอาณานิคมเพราะกษัตริย์ร.๕ ผู้แปลเข้าใจความฉลาด อาจเลียนแบบสุลต่านผู้ยิ่งใหญ่ที่เปี่ยมคุณธรรมในนิทานซึ่งปลอมตัวเป็นพ่อค้าออกตรวจเยี่ยมอาณาประชาราษฎร์ไปกับผู้ติดตามเพียงสามคน ่และการใช้สุลต่านต่างประเทศช่วยกำจัดศัตรู เสด็จประพาสผูกมิตรกับกษัตริย์ต่างประเทศที่เป็นศัตรูกับประเทศที่ล่าอาณานิคม)   ดังนั้นนิทานอาหรับราตรีนั้นทั้งสนุกสนานและมีคุณค่ามากกว่านิทานอื่นๆ เนื่องจากเป็นการสอนโดยไม่เปรียบเทียบหรือล้อเลียนเสียดสีดังที่ปรากฏในนิทานอิสป และเทคนิคการเล่าเรื่องที่ซ้อนกันเป็นหลายระดับ(นิทานซ้อนนิทาน)และต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่แตกต่างจากนิทานทั่วไปที่ให้แต่ความสนุกสนานอาจมีคติธรรมบ้างก็ยังไม่เท่านิทานอาหรับราตรี เนื่องจากสอนถึงความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ จิตวิญญาณ การปกครอง และหลักคุณธรรม
  นิทานที่แนะนำให้อ่าน นิทานพันหนึ่งทิวาราตรี นิทานเวตาล พุทธทำนาย
      นิทานอิสปผู้แต่งเป็นทาสสมัยกรีกเรืองอำนาจ ได้อิสระภาพจากการเป็นนักเล่านิทาน เล่าเรื่องเสียดสีล้อเลียนผู้ปกครองเมืองโดยใช้สัตว์แทนคนเพื่อสอนคนให้เข้าใจความดี-เลว จุดจบอิสปถึงแก่ความตายด้วยการถูกเจ้าเมืองใส่ร้ายและประหารชีวิตจับโยนลงเหว ซึ่งแสดงถึงโทษของการล้อเลียนเสียดสี แม้เรื่องที่เล่าจะสนุกสนานผลสุดท้ายก็ตายอย่างอนาถ
      นิทานอาหรับราตรี ไม่ทราบที่มาแน่นอน ผู้เล่าเป็นลูกสาวอำมาตย์ที่อาสาหาวิธีรักษาสุลต่าน(พระราชา)อาหรับ(อิหร่าน)ที่นอนไม่หลับ เนื่องจากมเหสีนอกใจคบชู้หลังจากประหารมเหสีแล้วสุลต่านจึงตั้งใจจะมีชายาเพียงคืนเดียวแต่งงานเสร็จวันรุ่งขึ้นก็จะประหารชีวิตเพื่อป้องกันมิให้นอกใจ มีบุตรีขุนนาง อำมาตย์ ทหาร เป็นชายาหนึ่งคืนแล้วต้องตายมากมาย นางสนมในฮาเร็มต่างหวาดกลัวความตาย บุตรีอำมาตย์ชื่อเซเรฮาซาเดอร์ อาสาเข้าแก้ปัญหา เพราะเคยเป็นเพื่อนเล่นกับสุลต่านในวัยเด็กสมัครเข้าเป็นชายาหนึ่งคืนแล้วจะหาทางเอาตัวรอดโดยใช้นิทานเล่าสอนสุลต่านซึ่งมักจะเล่าไม่จบในหนึ่งคืน นิทานนั้นตื่นเต้นเร้าใจสนุกสนานจนสุลต่านเลื่อนการประหารทุกวัน ,เล่านานพันหนึ่งทิวาราตรี ท้ายที่สุดสุลต่านฉลาดขึ้นหายโกรธแค้นไม่ประหารชีวิตและผู้เล่ากลายเป็นสุลตาน่า(พระราชินี)
     เรื่องเล่าเพราะนอนไม่หลับนั้นมีหลายเรื่อง เช่นคำทำนายของพระพุทธเจ้ากับพระเจ้าโกศลซึ่งพระเจ้าโกศลนอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นเมื่อใกล้รุ่ง พราหมณ์ทั้งหลายบอกพระเจ้าโกศลว่าจะเกิดเรื่องร้ายต้องทำการบูชายัญ มเหสีเห็นพระราชากลัดกลุ้มจึงให้ไปหามหาพราหมณ์พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงทำนายฝันพระเจ้าโกศลซึ่งเป็นเรื่องที่จะเกิดในอนาคตกลียุคสมัยที่มนุษย์จิตใจเสื่อม ไม่ได้เกิดสมัยพระเจ้าโกศล พระเจ้าโกศลจึงสบายใจนอนตาหลับ รายละเอียดจะเล่าให้ฟัง ซึ่งคำทำนายนั้นเกิดขึ้นจริงในสมัยนี้ตรงตามคำพูดของพระพุทธเจ้าทุกประการ
    นิทานเวตาล ก็เป็นนิทานที่ดีอีกเรื่องที่มีการผูกเรื่องให้ต่อเนื่องกันโดยมีโครงเรื่องหลัก น้องชายกษัตริย์ต้องการแก้แค้นพี่ชายสาปคนทั้งวังและจะฆ่าเจ้าชายโดยหลอกเจ้าชายต้องจับเวตาลมาบูชายัญเพื่อล้างคำสาป และจะฆ่าเจ้าชายขณะบูชายัญ ซึ่งเวตาลจะยอมให้จับก็ต่อเมื่อเจ้าชายต้องไม่พูด แล้วเวตาลก็เล่านิทานเมื่อเล่าจบก็จะหลอกให้เจ้าชายตอบคำถามซึ่งเจ้าชายเผลอตอบคำถามทุกครั้งเวตาลก็จะลอยกลับไปที่ต้นไม้ต้นเดิมเจ้าชายต้องตามไปจับหลายรอบ เวตาลเล่านิทานสอนเจ้าชาย และเตือนเจ้าชายถึงภัย5ประการ คือภัยจาก1.สัตว์ร้ายมีเขี้ยว 2.ผู้มีอาวุธ 3.สาวงาม 4.พ่อมดหมอผี 5.พระราชา ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องหลีกหนีอย่าอยู่ใกล้เพราะอาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต ซึ่งตรงกับภัยที่เกิดขึ้นในนิทานอาหรับราตรี รายละเอียดจะเล่าต่อไป
   นิทานอาหรับราตรีเริ่มจาก
    1.สุลต่าน2พี่น้อง(ชาห์รีอา กับ ชาห์เซนาน)
            กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสุลต่าน2พี่น้องผู้ครองดินแดนอาหรับอันยิ่งใหญ่ ชื่อ ชาห์รีอา กับ ชาห์เซนาน  ชาห์รีอาชวนให้ชาห์เซนานกลับมาเยี่ยมที่อิหร่าน ชาห์เซนานจับได้ว่ามเหสีนอกใจคบชู้กับทาส จึงประหารทั้งมเหสีและชู้แล้วออกเดินทางไปเยี่ยมพี่ชาย ซึ่งชาห์รีอาเห็นน้องชายไม่สบายใจจึงชวนไปล่าสัตว์ ชาห์เซนานไม่ไปด้วยและได้เห็นว่ามเหสีของพี่ชายกับนางกำนัล10คนลักลอบเล่นชู้กับทาสขณะที่พี่ชายไม่อยู่  เมื่อพี่ชายกลับมาเห็นชาห์เซนานมีหน้าตาสบายใจก็สงสัยจึงถามถึงเหตุที่ทำให้ชาห์เซนานหายกลัดกลุ้ม ชาห์เซนานจึงเล่าเรื่องที่เมียตนมีชู้ให้พี่ชายฟัง และ เล่าว่าเดิมทีนั้นตนนึกว่าตนผู้เดียวมีความทุกข์เพราะภรรยาไม่ซื่อสัตย์พอมาเห็นมเหสีของพี่ชายกับนางกำนัลเล่นชู้หมู่เลยรู้ว่าความทุกข์นั้นเกิดได้กับชายทุกคนและอาจมากกว่า ชาห์รีอาจึงหาทางจับผิดมเหสีโดยแกล้งออกนอกเมืองแล้วแอบเข้าวังในตอนกลางคืนจับผิดได้คาหนังคาเขา ชาห์รีอา เสียใจ โกรธและอับอายมากถึงกับคิดสั้นจะออกจากเมืองไม่เป็นสุลต่าน  น้องชายได้พูดเตือนสติและบอกพี่ชายว่าถ้าพบกับคนที่เป็นทุกข์กว่าจะต้องกลับมาเป็นสุลต่านดังเดิม 
   ข้อคิด ภัยจากสาวงาม หญิงงามอาจนำภัย ทำร้ายจิตขยี้ใจบุรุษผู้หลงหญิงงามนั้นให้ย่อยยับได้ ,ความทุกข์จากการนอกใจไม่ซื่อสัตย์นั้นมิได้เกิดกับคนเดียวเท่านั้น ความทุกข์นั้นเกิดได้กับคนทุกคน
    2.ยักษ์ใหญ่กับสาวงามผู้นอกใจ
           สุลต่านสองพี่น้องเดินทางออกนอกเมืองมาถึงชายทะเล นั่งเล่นพักผ่อน ปรากฏว่าพายุเมฆครึ้ม และมียักษ์ใหญ่แบกหีบใบใหญ่ขึ้นจากทะเลมายังชายฝั่ง สองพี่น้องจึงชวนกันปีนไปหลบบนต้นไม้ เจ้ายักษ์ เดินมานอนใต้ต้นไม้
    ข้อคิด
     3.ชายาหนึ่งคืน
    ข้อคิด ภัยจากพระราชา หญิงงามเป็นชายาเพียงหนึ่งคืนก็จะถูกฆ่าทิ้งในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากพระราชาวิปราศกลัวเมียนอกใจ
     4.บุตรีอำมาตย์
    ข้อคิด หญิงงามที่ฉลาดอาจแก้ปัญหาได้
    5.ชาวนากับลา 
    ข้อคิด ไม่ควรยุ่งกับเรื่องของคนอื่นเพราะอาจนำความเดือดร้อนมาสู่ตน
   6.หมากับไก่
   ข้อคิด การควบคุมบางครั้งต้องใช้ไม้แข็ง
   7.ชาวนากับภรรยา
   ข้อคิด สามีบางครั้งอาจต้องใช้กำลังควบคุมภรรยาเพื่อให้เชื่ีอฟัง
   8.กำเนิดนิทาน
   ข้อคิด เรื่องเล่านั้นจะจริงหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เรื่องเล่านั้นสอนอะไร และการตรึงผู้ฟังให้สนใจใคร่รู้อยากฟังเรื่องเล่านั้นเป็นหัวใจสำคัญของการเล่านิทาน การใช้นิทานเพื่อปลูกฝังคุณธรรม สอนให้เห็นความเป็นมนุษย์ การปกครองการแก้ปัญหา และการใช้นิทานเป็นกระจกเงาส่องให้เห็นตัวตนของผู้ฟัง สะท้อนรากเหง้าของปัญหา ปมปัญหาที่อาจแก้ได้อย่างง่ายดายเมื่อคนละจากปมของความโกรธ และความแค้น
   9.อุบายชายา
   ข้อคิด การแก้ปัญหาด้วยความฉลาด ใช้อุบาย เล่านิทานเพื่อสอนสุลต่านทางอ้อม
   10.ตะเกียงวิเศษ
   ข้อคิด ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์
 1.ความมั่งคั่งร่ำรวย  2.ความรัก การมีคู่ครองที่งามทั้งภายนอกและภายใน ซื่อสัตย์ 3.อิสระเสรีภาพ 4.อายุยืนยาวเพื่ออยู่กับคนที่ตนรักและถ่ายทอดสิ่งที่ดีที่คุ้มครองภัยลูกตน
    11.พ่อมดสามคนกับยมทูต
    ข้อคิด ไม่มีใครเอาชนะความตายได้ พ่อมดน้องคนสุดท้องเป็นคนฉลาดจึงขอของวิเศษที่ทำให้หนีพ้นความตายและท้ายที่สุดก่อนตายก็มอบของวิเศษแก่ลูกของตนเพื่อให้ลูกที่เขารักมีอายุยืนยาว
    12.อาลีบาบา
   ข้อคิด อย่ามองข้ามสิ่งเล็กน้อยซึ่งอาจมีความสำคัญมาก เช่น ขนมปังโรยงาเซซามิ
            ความโลภนำมาซึ่งความตาย
              ควรเลือกคู่ครองสาวงามทั้งภายนอกและภายใน สวย และดี เช่นมอห์กีย์อาน่า
      13.ซินแบดผจญภัย  
    ข้อคิด ชื่อซินแบด(Sinbad) แปลว่าบาป(Sin) ชั่ว(Bad)คนเราเกิดมาพร้อมบาปและความชั่วในใจ พระเอกของเรื่องที่ชื่อบาปชั่วนั้นเป็นคนดีที่ศรัทธาต่อพระเจ้าและรอดพ้นภัยเป็นปริศนาแฝงไว้ให้ผู้อ่านถอดรหัสสิ่งที่ผู้เล่าพยายามถ่ายทอดความมั่งคั่งร่ำรวยได้มาด้วยศรัทธาที่แท้จริงต่อพระเจ้า ความฉลาด ขยัน กล้าหาญและอดทน ซินแบดเสี่ยงภัยต่างๆที่อันตรายถึงตายดังเรื่องที่เล่าทั้งเจ็ดคาบสมุทร ดังกล่าว:ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน เป็นบททดสอบศรัทธาที่แท้จริงต่อพระเจ้า เผชิญความลำบากที่สุดที่มนุษย์จะเผชิญภัยอันตรายต่างๆ ตกต่ำสิ้นเนื้อประดาตัวแทบเอาชีวิตไม่รอด กลับพลิกสถาณการณ์เปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี ซินแบดท้อแท้และเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่ด้วยศรัทธาต่อพระเจ้า(พระอัลเลาะห์)ที่ห้ามฆ่าตัวตายอันเป็นบาปที่สุด ใต้เบื้องหัตถ์พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ การณ์อันใดจะเกิดขึ้นและเป็นไปย่อมเป็นไปตามนั้น  หากชีวิตยังไม่ถึงที่ตายแล้วไม่พึงทำลายชีวิตตนเอง ไม่ตัดพ้อพระเจ้าดังเช่นยาจกฮินแบดทำ และ เมื่อไม่ฆ่าตัวตายเลิกท้อแท้ คิดอ่านด้วยสติปัญญา อดทน ฉลาด ขยันหาทางแก้ปัญหา ย่อมสร้างฐานะจากทาสเป็นไท จากยาจกยากจน กลับเป็นมหาเศรษฐีได้ทุกครั้ง ทั้งเจ็ดคาบสมุทร ผ่านบททดสอบของพระเจ้าและได้รางวัลคือความมั่งคั่งสมปรารถนา
     14. คาบสมุทรที่หนึ่ง
     ข้อคิด ภัยจากปลาวาฬยักษ์
     15.คาบสมุทรที่สอง
     ข้อคิด ความโลภเหมือนอสรพิษกลืนกินจิตวิญญาณของคน ภัยจากงูยักษ์    
     16.คาบสมุทรที่สาม
    ข้อคิด ภัยจากยักษ์ตาเดียว(ไซครอป) งูยักษ์
     17.คาบสมุทรที่สี่
    ข้อคิด ภัยจากมนุษย์กินคน ประเพณีพิสดาร สามีภรรยาต้องตายด้วยกัน
     18.คาบสมุทรที่ห้า
    ข้อคิดภัยจากนกยักษ์ เฒ่าทะเล ไม่ควรทำลายชีวิตผูที่ไม่ทำร้าย พึงกำจัดสัตว์ร้ายที่นำภัยมาสู่คน
     19.คาบสมุทรที่หก
    ข้อคิดภัยจากทะเล ความอดอยาก    
     20.คาบสมุทรที่เจ็ด
    ข้อคิดภัยจากโจรสลัด ความเป็นทาส สัตว์ร้าย
      21.ชาวประมงกับยักษ์
   ข้อคิดความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญ อิสรภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ แม้ยักษ์จะมีฤทธิ์มากก็ยังต้องการอิสรภาพ
    22.ราชากับหมอดูบัน
    ข้อคิด ภัยจากราชาหูเบา อกตัญญู
    23.สามีกับนกแก้ว
   ข้อคิด ภัยจากความหูเบาเชื่อคนง่าย
    24. วิเซียร์ผู้รับโทษ
    ข้อคิด เมื่อเป็นองครักษ์ต้องพิทักษ์เจ้านายป้องกันเหตุเภทภัยที่จะบังเกิดขึ้น หรือทำงานให้เต็มความสามารถ
    25.ราชาหนุ่มแห่งเกาะดำ
     ข้อคิด  คนนอกใจไม่มีใครชอบ
    26.ชายชาวประมง
    ข้อคิดสุลต่านที่เปี่ยมคุณธรรมปลอมตัวตรวจเยี่ยมอาณาประชาราษฎร์ ศรัทธาพระเจ้าเมื่อมีคนเอ่ยนามตัดพ้อพระเจ้าก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
   27.สาลี่สามผล
   ข้อคิดความเข้าใจผิดก่อให้เกิดเรื่องร้ายแรง
   28.พ่อค้ากับผีป่า
   ข้อคิดคนที่มีสัจจะมักรอดพ้นจากภัยพาล
  29.ชายชรากับกวาง
   ข้อคิด
  30.ชายแก่จูงสุนัข3ตัว
  ข้อคิด
  31.ช่างตัดเสื้อกับตัวตลกหลวง
   ข้อคิด เรื่องเล็กอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนเรามักไม่ยอมรับผิดและมักจะโยนความผิดแก่ผู้อื่นก่อให้เกิดเรื่องร้ายแรง ดังนั้นควรเป็นคนมีความรับผิดชอบ
   32.เรื่องของพ่อค้าคริสเตียน
  ข้อคิด แม้มิได้ทำผิดก็มีโอกาสรับโทษที่ตนไม่ได้ก่อ
   33.เรื่องของต้นห้องสุลต่าน
  ข้อคิด.
   35.เรื่องของแพทย์ชาวยิว
  ข้อคิด
   36.เรื่องของช่างตัดเสื้อ
  ข้อคิด
   37.เรื่องของช่างตัดผม
   ข้อคิดคนซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบ และไม่พูดมาก มักพ้นภัย เมื่อมีเหตุอันควร ควรเล่าเรื่องราวเพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจ
  38.เรื่องของพี่ชายคนที่หนึ่ง
  ข้อคิดภัยจากสาวงาม คนมักมากในตัณหาหลงสาวงามมักถูกหลอกให้ตกเป็นเหยื่อ
  39.เรื่องของพี่ชายคนที่สอง

  40.เรื่องของพี่ชายคนที่สาม

   41.เรื่องของพี่ชายคนที่สี่
 
   42.เรื่องของพี่ชายคนที่ห้า

  43.เรื่องของพี่ชายคนที่หก

  44.สามสาวงามกับนักพรตตาบอด

  45.เรื่องของนักพรตคนที่หนึ่ง
   ข้อคิด
   46.เรื่องของนักพรตคนที่สอง

  47.เรื่องของนักพรตคนที่สาม

  48.เรื่องของสาวงามคนที่หนึ่ง

  49.เรื่องของสาวงามคนที่สอง

  50.เชมเษษดินกับนูระดินห์

  51.นูระดินกับเอนิสเอลเซลิส

 52.เรื่องของเจ้าชายโตเอล
 
 53.อซิซกับอซิเซห์

54.เรื่องของเจ้าหญิงดุนยา

55.เจ้าชายกามาระกับเจ้าหญิงบุดอล

56.เรื่องของฮุสเซนนักรบคนที่สิบสาม
       วิเซียร์(เสนาบดี) ฮุสเซนเป็นบุตรของแกรนด์วิเซียร์ เป็นหนุ่มรูปงามผู้มีความสามารถด้านงานเขียนอักขระและภาษาต่างๆ เพราะความงามเป็นเหตุให้นางสนมชมชอบและแอบเล่นหูเล่นตา เมื่อสุลต่านเห็นเข้าจึงไม่พอใจสั่งเนรเทศฮุสเซนไปอยู่ชายแดนตอนเหนือ เมื่อสุลต่านองค์เก่าตายลง สุลต่านอัลราสจิดผู้ใจดีขึ้นครองราชย์แทนบิดา บิดาของฮุสเซนจึงขอต่อสุลต่านองค์ใหม่ซึ่งสุลต่านรู้สึกประหลาดใจที่ฮุสเซนสามารถรอดชีวิตในดินแดนทุรกันดารเต็มไปด้วยโจรทะเลทราย จึงรับสั่งให้ฮุสเซนกลับเข้าวัง เมืองหลวงเข้าเฝ้าแล้วบอกฮุสเซนให้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นขณะที่ฮุสเซนอยู่ที่ชายแดนให้ฟังหากเป็นเรื่องดีก็จะยกโทษให้และแต่งตั้งเป็นองครักษ์  ฮุสเซนได้แสดงความเคารพและกล่าวสรรเสริญคุณของพระเจ้าพร้อมทั้งขอบคุณสุลต่านผู้เปี่ยมคุณธรรม จากนั้นจึงเล่าเรื่องการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นซึ่งทำให้ฮุสเซนกลายเป็นนักรบมุสลิมเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมกับนักรบไวกิ้งแห่งดินแดนตอนเหนือต่อสู้กับงุไฟยักษ์ และฝูงปีศาจหมี ฮุสเซนได้รู้จักกับเจ้าชายนักรบไวกิ้งชื่อคาร์เมนเป็นผู้ที่ทำให้ฮุสเซนได้รับรู้วีรกรรมความกล้าหาญและคุณธรรมของนักรบไวกิ้ง ซึ่งแตกต่างจากเรื่องเล่าต่างๆที่กล่าวว่าไวกิ้งเป็นโจรป่าหยาบช้าโดยสิ้นเชิง
       เรื่องเริ่มเมื่อฮุสเซนโดนเนรเทศ ระหว่างเดินทางมีโจรทะเลทรายเข้าปล้นขบวนคาราวาน ฮุสเซนต้องหลบหนีไปถึงชายทะเลซึ่งพวกโจรกลับหยุดชะงักไม่กล้าติดตามเนื่องจากมีเรือหัวมังกรของนักรบกลุ่มหนึ่งจอดอยู่ ฮุสเซนจึงเข้าไปหานักรบกลุ่มนั้น พบว่ากำลังจัดงานศพ ราชาองค์เก่าของไวกิ้งอยู่ ฮุสเซนได้แสดงความนอบน้อมและขออยู่ร่วมงานศพจนจบพิธีศพ ได้พบกับเจ้าชายคาร์เมนผู้จะขึ้นครองราชย์ต่อจากบิดา แต่ยังไม่ทันที่คาร์เมนจะขึ้นครองราชย์ก็ต้องเผชิญกับภัยอันตรายที่เกิดขึ้นในดินแดนตนเองเมื่อมีผู้นำสาส์นมาส่งขอความช่วยเหลือจากราชาผุ้เป็นเพื่อนกับพระบิดาซึ่งดินแดนอยู่ติดเขาตอนเหนือกำลังถูกงูไฟยักษ์และฝูงปิศาจหมีรุกรานจนชาวบ้านหนีภัยไปที่ต่างๆดินแดนกลายเป็นที่ร้าง คาร์เมนจึงต้องนำกำลังนักรบบางส่วนไปช่วย คาร์เมนปรึกษาหมอดูประจำเผ่า ซึ่งทำนายว่าภัยครั้งนี้มีอันตรายมาก คาร์เมนจะชนะเมื่อมีนักรบเพียงสิบสามคนและหนึ่งในสิบสามคนนั้นเป็นคนนอกเผ่า คาร์เมนจึงคัดเลือกนักรบไวกิ้งที่เก่งสิบสองคนและเชิญฮุสเซนไปเป็นนักรบคนที่สิบสาม ฮุสเซนนั้นต้องการหนีโจรทะเทรายจึงจำใจไปกับกลุ่มนักรบไวกิ้งกลายเป็นนักรบคนที่สิบสาม คาร์เมนรู้ว่าฮุสเซนเก่งด้านภาษาและอักขระจึงให้ฮุสเซนสอนการเขียนอักขระซึ่งคาร์เมนแสดงความฉลาดเข้าใจภาษาอาหรับได้อย่างรวดเร็ว ฮุสเซนเองก็ถามว่าจะเป็นนักรบที่เก่งอย่างไวกิ้งต้องฝึกเพลงดาบอย่างไร คาร์เมนสอนฮุสเซนว่าเพลงดาบมิใช่อาวุธที่แท้จริง อาวุธที่แท้จริงซี่งไม่มีผู้ใดชนะไวกิ้งได้ เพราะอาวุธที่มาจากใจที่ศรัทธาต่อเทพโอดิน ซึ่งทำให้ไม่แพ้ใคร นักรบต่อให้มีฝีมือดีปานใดถ้าจิตใจชั่วอ่อนแอย่อมพ่ายแพ้ตั้งแต่แรก จิตใจนักรบไวกิ้งไม่เคยแพ้ นักรบไวกิ้งทุกคนเชื่อว่าเมื่อต่อสู้เพื่อความดีตายแล้วจะได้กลับไปอยู่วาฮาลลา สวรรค์ของนักรบไวกิ้ง ฮุสเซนเองก็ไม่แน่ใจว่าพระเจ้า อัลเลาะห์จะเป็นองค์เดียวกับโอดินหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฮุสเซนเข้าใจคือไวกิ้งมิได้ไร้อารยธรรมดังเรื่องเล่าที่ทำให้เข้าใจผิด ไวกิ้งก็เคารพพระเจ้าเช่นเดียวกับมุสลิม  ฮุสเซน คาร์เมนและกลุ่มนักรบรวมสิบสามคนจึงออกเดินทางลงเรือไวกิ้งฝ่ามรสุมคลื่นลมในทะเลเพื่อไปต่อสู้กับงูไฟยักษ์ และฝูงปิศาจหมีป่าที่ตอนเหนือของยุโรปนอกแดนอาหรับ  สุลต่านอัลราสจิดพอใจในเรื่องเล่า รู้สึกสงสัยและใคร่รู้ว่านอกดินแดนอาหรับยังมีราชายอดนักรบที่ต่อสู้กับปิศาจจริงหรือ ฮุสเซนจึงเล่าเรื่องราวต่อไปอย่างตื่นเต้นและน่าฟัง
ข้อคิด ศรัทธาต่อพระเจ้าเป็นอาวุธที่แท้จริงและหัวใจนักรบที่ไม่แพ้ มีความกล้าหาญ กล้าต่อสู้กับสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดนำมาซี่งชัยชนะ รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูป่าเถื่อนที่จริงอาจเปี่ยมล้นด้วยคุณธรรม ฮุสเซนผู้ถูกเนรเทศกลับได้รับการต้อนรับจากราชาผู้ยิ่งใหญ่เจ้าชายผู้เป็นนักรบแท้จริงผู้เปลี่ยนคนอ่อนแอเช่นฮุสเซนให้เป็นนักรบที่ไม่แพ้  การฆ่าฟันเป็นบาป การเสียสละเป็นเรื่องยิ่งใหญ่
57.เรื่องของผู้พิชิตงูไฟยักษ์ ฝูงปีศาจหมีป่า
      กลุ่มนักรบได้ขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัยและเดินทางไปยังปราสาทของราชาตอนเหนือดินแดนทางตอนเหนือเป็นเขตป่าภูเขาหนาวเย็น ทุรกันดาร เมื่อไปถึงคาร์เมนสังเกตุโดยรอบปราสาทเป็นชายป่าติดเขาสูงใหญ่ล้อมรอบ ปราสาทตั้งอยู่บนเนินดินปราศจากกำแพงป้องกันเนื่องจากเป็นดินแดนกันดารไม่เคยมีศัตรูภายนอกมารุกราน หมู่บ้านกลายเป็นหมู่บ้านร้าง ผู้คนอพยพไปนอกดินแดน ส่วนที่เหลืออยู่เข้าไปหลบภัยในปราสาท  กลุ่มนักรบจึงเดินทางเข้าไปในปราสาท ราชาผู้ชราภาพได้ต้อนรับคาร์เมนและนำผู้ที่รอดภัยจากปิศาจมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น หญิงสาวซึ่งหนีรอดจากเงื้อมมือปิศาจเล่าให้คาร์เมนฟังว่า เมื่อคืนเดือนมืด หมอกประหลาดแผ่เข้าปกคลุมหมู่บ้าน ชาวบ้านเห็นแสงไฟประหลาดรูปร่างเป็นงูยักษ์เลื้อยลงจากเขามายังหมู่บ้าน มีปิศาจรูปร่างเหมือนหมีป่าแต่ตัวใหญ่โตเขี้ยวเล็บยาว ทำร้ายชาวบ้านและทำลายทั้งหมู่บ้าน ขณะที่หญิงสาววิ่งหนีออกจากหมู่บ้านมองย้อนกลับไปเห็นเหมือนงูไฟยักษ์กลืนกินทั้งหมู่บ้าน  ปิศาจหมีป่าออกเข่นฆ่าคนทั้งครอบครัวอย่างไม่ปราณี ผู้รอดตายเล่าเรื่องราวด้วยความหวาดกลัวตัวสั่น ทุกคนที่ได้ฟังเรื่องราวต่างรู้สึกขนพองสยองเกล้า ยกเว้นคาร์เมนที่สนใจเรื่องประหลาดและอยากจะรู้ว่าปิศาจจริงๆเป็นพวกไหน   หลังจากนั้นคาร์เมนได้ระดมชาวบ้านและทหารที่เหลืออยู่ไม่กี่สิบคนช่วยกันสร้างเครื่องกีดขวางและกำแพงล้อมรอบปราสาท คืนนั้นคาร์เมนได้รับรู้ว่าเรื่องราวที่เล่างูไฟยักษ์ ปิศาจหมีป่ามีจริงเมื่อเป็นคืนเดือนมืดและหมอกแผ่ปกคลุมปราสาทมองจากนอกหน้าต่างเห็นกลุ่มไฟก่อตัวเป็นรูปร่างงู ไฟยักษ์เลื้อยจากเขามายังปราสาท เป็นโชคดีของราชาชราภาพที่คาร์เมนยอดนักรบมาทันเวลา เมื่อฝูงปิศาจหมีป่าบุกเข้าจู่โจมรุมทำลายปราสาท เด็ก คนชรา ผู้หญิง และราชาชราภาพหลบหนีไปอยู่ห้องลับใต้ดิน คาร์เมน ฮุสเซนและกลุ่มนักรบทั้งสิบสามซึ่งแกล้งทำเป็นนอนหลับเพื่อล่อให้ศัตรูตรงเข้ามาลอบทำร้ายเมื่อศัตรูเข้ามาในระยะประชิด คาร์เมนลุกขึ้นต่อสู้คว้าจับและสังหารปิศาจหมีป่าได้ สิ่งที่คว้าได้กลับเป็นหนังหมีป่าตัวใหญ่เขี้ยวยาวจริง และมีรอยเลือด กลุ่มนักรบต่อสู้ตะลุมบอนในความมืด บางคนได้รับบาดเจ็บ ฮุสเซนซึ่งทั้งชีวิตไม่เคยจับดาบต้องหยิบดาบมาจ้วงแทงเพื่อป้องกันตัวขณะที่ปิศาจหมีป่ากระโจนเข้าทำร้าย คมดาบฝังลึกกลางยอดอกหมีป่าสิ้นใจตายในทันที หลังการตะลุมบอน กลุ่มปิศาจพบว่าเผชิญหน้ากับกลุ่มสุดยอดนักรบผู้ไม่กลัวใครแม้แต่ปิศาจ ต้องพ่ายแพ้หนีกลับไปโดยไม่ทิ้งซากศพไว้
   รุ่งเช้าคาร์เมนมีความมั่นใจว่าปิศาจถูกฆ่าตายได้ง่าย พบหนังหมี ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มคนป่าชาวภูเขาที่ใช้หนังหมีห่มออกทำร้ายผู้ไม่มีทางสู้ เมื่อศัตรูจู่โจมไม่สำเร็จและพบว่าปิศาจหมีป่าไม่เก่งสักเท่าไรสามารถฆ่าได้ คาร์เมนจึงนำสิบสามนักรบออกไล่ล่าเพื่อค้นหาความจริงที่มาของงูไฟยักษ์บนภูเขา เจ้าหญิงลูกสาวราชาชราภาพมาช่วยคาร์เมนโดยบอกให้ไปหาแม่มดในป่าเชิงเขาก่อนขึ้นเขาเพื่อจะได้หาวิธีปราบปิศาจงูไฟยักษ์ คาร์เมนนั้นรู้ว่าไม่ใช่ปิศาจ ถึงจะเป็นปิศาจก็ทำลายได้ ผู้นำที่มีจิตใจเข้มแข็งไม่เคยกลัวใครจะนำกำลังนักรบเพียงน้อยนิดพิชิตฝูงปิศาจจำนวนมากได้อย่างไรเจ้าหญิงรู้สึกวิตกกังวลแทน  คาร์เมนนั้นรู้ดีว่ากำลังฝ่ายตนนั้นน้อยกว่ามาก หากแต่มีความกล้าหาญ ศรัทธาต่อเทพเจ้าโอดิน ชำนาญในการรบจึงนำกำลังออกติดตามหางูไฟยักษ์ เมื่อเข้าไปในป่า ผ่านหมู่บ้านซึ่งถูกทำลายล้าง พบภาพสยดสยองของซากศพที่ถูกกิน ฮุสเซนรู้สึกกลัวอย่างมาก มากยิ่งกว่าตอนหนีโจรทะเลทราย ส่วนกลุ่มนักรบรู้สึกตรงข้าม โกรธแค้นฝูงคนป่าที่แต่งกายเป็นหมี พวกมันกินคนเป็นอาหาร ทุกคนตรงไปหาแม่มดที่เชิงเขาเพื่อสอบถามวิธีทำลายฝูงคนป่ากินคนและงูไฟยักษ์
   แม่มดอาศัยอยู่ในกระท่อมห่างจากหมู่บ้านที่ถูกทำลาย พวกคนกินคนไม่กล้ายุ่งกับแม่มด แม่มดบอกเจ้าชายคาร์เมนว่า หมีปิศาจ เป็นคนกินคนมีลัทธิที่ทำตนดุจเดียวกับหมีป่า กลางวันนอนหลับกลางคืนออกล่าเหยื่อ มีแม่มดเป็นหัวหน้าลัทธิซึ่งอาศัยอยู่ใจกลางถ้ำในภูเขา คาร์เมนรู้ว่าหากจะทำลายลัทธินี้ต้องกำจัดผู้นำ จับโจรต้องจับหัวหน้าโจร การจะลอบเข้าไปสังหารแม่มดหัวหน้าลัทธิเป็นเรื่องเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งเพราะเผ่ากินคนมีคนเป็นจำนวนมากเป็นร้อย แม่มดเตือนคาร์เมน หากจะเอาชนะต้องสังหารนางแม่มด และเจ้าชายจะต้องเสียสละชีวิต เจ้าชายจะกล้าหรือไม่ คาร์เมนไม่ลังเลแม้แต่น้อย จิตใจยอดนักรบผู้ไม่กลัวตาย ไม่ย่อท้อแม้ศัตรูจะมากมายกว่าหลายสิบเท่าตัว คาร์เมนจึงนำกำลังนักรบแทรกซึม ผ่านเข้าถ้ำหมีป่า ในเวลากลางวันเมื่อฝูงคนกินคนนอนหลับ สังหารคนกินคนที่ปากถ้ำแล้วใช้หนังหมีห่มลักลอบเข้าถ้ำสำเร็จ ค่อยๆย่องคืบคลานผ่านถ้ำต่างๆ สู่ใจกลางเขา คาร์เมนลอบสังหารแม่มดสำเร็จและถูกแม่มดข่วนด้วยเล็บพิษ ยาพิษแทรกซึมเข้าสู่เลือด เมื่อสังหารแม่มดสำเร็จกลุ่มนักรบต้องตะลุมบอนต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากเพื่อตีฝ่าออกจากถ้ำ นักรบไวกิ้งเสียสละชีวิตจำนวนมาก จากสิบสามคนรอดออกจากถ้ำมาได้เพียงหกคน  เมื่อคนทั้งหกกลับมาถึงคาร์เมนได้รับการรักษาจากเจ้าหญิง พิษนั้นซึมเข้าหัวใจยากจะเยียวยา คาร์เมนแม้รู้ว่าตนจะต้องตายก็หามีใจย่อท้อไม่กลับลุกขึ้นสั่งการรบครั้งสุดท้าย นำกำลังนักรบทั้งหก ร่วมกับทหารวังบางส่วนออกตั้งรับฝูงคนกินคนที่จะมาล้างแค้น และเป็นดังที่คาดไว้เมื่อมีหมอกประหลาดเริ่มแผ่จากภูเขาและกลุ่มไฟที่ก่อตัวเป็นงูไฟยักษ์เลื้อยคลานจากยอดเขาพุ่งตรงมายังปราสาท คนนี้มิใช่คืนเดือนมืด คาร์เมนและเหล่านักรบจึงประจักษ์ว่าแท้จริงแล้วงูไฟยักษ์ กลุ่มไฟที่เกิดจากคบเพลิงจำนวนมากที่เรียงตัวกันเป็นขบวนชาวเผ่ากินคนเดินมุ่งหน้ามายังปราสาท การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่กำลังบังเกิดขึ้นระหว่างนักรบไวกิ้งจำนวนน้อยนิดกับฝูงคนกินคนนับร้อย เจ้าหญิงหวาดกลัวอย่างยิ่งแม้จะรู้ว่างูไฟคือฝูงคนจุดคบเพลิงเพราะกำลังทหารเพียงน้อยนิดและคาร์เมนกำลังจะตายด้วยยาพิษ  คาร์เมนนั้นนอกจากจะมีฝีมือรบที่ยอดเยี่ยมแล้วยังเป็นผู้นำที่ฉลาด เขารู้ว่ายากที่จะชนะทั้งหมด จำเป็นต้องทำลายขวัญกำลังใจโดยสังหารหัวหน้าศัตรู คาร์เมนจึงยั่วยุศัตรูโดยโยนหัวของแม่มดเจ้าลัทธิหมีป่าลงบนพื้นแล้วยกเท้าขึ้นเหยียบย่ำ ตะโกนสรรเสริญเทพเจ้าโอดินและท้าหัวหน้าเผ่ามารบกัน  เทพเจ้าตอบสนองต่อศรัทธาที่คาร์เมนและฮุสเซนสวดอ้อนวอน บังเกิดเมฆทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว พายุฝน ดับไฟจนหมดสิ้น เหมือนเทพเจ้าสังหารงูไฟ ท้องฟ้ามีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ เหมือนมังกรทะยานอยู่บนท้องฟ้าสายฟ้าเมื่อส่องแสงสว่างมากระทบดาบ เป็นคราวที่นักรบเผ่าหมีต้องตื่นตระหนก เมื่อเกิดโคลนถล่มจากพายุฝน ซัดกระหน่ำให้กองทัพหมีจมอยู่ใต้โคลน หัวหน้าเผ่าบังเกิดโทสะตรงเข้าต่อสู้กับคาร์เมนซึ่งอ่อนล้าจากยาพิษ เพียงไม่กี่เพลงดาบคาร์เมนก็ตัดหัวหัวหน้าเผ่ากินคน ฮุสเซนเองก่อนรบก็ก้มลงกราบขอพรพระเจ้าอัลเลาะห์ผู้ยิ่งใหญ่ขออภัยต่อความผิดบาปที่ต้องต่อสู้สังหารคนป่าและขอพรให้ปลอดภัยจากฝูงคนกินคน แล้วจึงหยิบดาบต่อสู้ตะลุมบอน ฮุสเซนค้นพบตัวตน ความกล้า จิตวิญญาณของนักรบที่ต่อสู้เพื่อความดี เขาไม่หลบภัยวิ่งหนีศัตรูอีกต่อไป ฮุสเซนกล้าที่จะรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับนักรบไวกิ้ง กลายเป็นนักรบคนที่สิบสามอย่างแท้จริง เมื่อหัวหน้าคนป่าตาย ฝูงคนป่าแตกกระเจิงเมื่อต้องรบกับนักรบที่เก่งกาจซึ่งไม่เคยพบมาก่อน ต่างหนีตายกันจ้าละหวั่น เหตุการณ์กลับพลิกผัน คนจำนวนน้อยรบชนะข้าศึกจำนวนมาก เสร็จศึกฝ่ายไวกิ้งชนะปราบฝูงคนป่าอย่างราบคาบสังหารราชาและราชินีฝูงคนป่าสำเร็จ คาร์เมนนั้นหลังการรบก็สิ้นชีวิตในท่ายืนตระหง่านเพ่งมองศัตรูดุจดังมีชีวิต ฮุสเซนรอดตายโดยบาดเจ็บเล็กน้อย เขารุ้สึกเสียใจมากต่อการจากไปของราชายอดนักรบผุ้เสียสละชีวิตตนเองปกป้องประชาชนชาวไวกิ้ง
   ฮุสเซนจดบันทึกเรื่องต่างๆไว้เพื่อมิให้ลืมเลือนไปตามกาลเวลา เมื่อเสร็จพิธีศพเจ้าชายคาร์เมน ฮุสเซนเดินกลับดินแดนอาหรับและต่อสู้กับโจรทะเลทรายด้วยกองกำลังชายแดน ฮุสเซนซึ่งเคยเอาแต่หนีปัญหาวิ่งหนีโจรทะเลทรายได้ซึมซับจิตวิญญาณนักรบผู้ไม่แพ้ เขากล้าที่จะต่อสู้กำจัดโจรทะเลทรายสำเร็จสมกับเป็นวิเซียร์ยอดนักรบ  เรื่องราวอันเป็นแรงบันดาลใจที่เปลี่ยนฮุสเซนจากนักอักขระเป็นนักรบ ได้ถ่ายทอดสู่สุลต่านอัลราสจิด สุลต่านถึงกับอึ้งทึ่งเป็นอันมากและพอใจกับเรื่องเล่าสั่งให้บันทึกเก็บไว้ และทรงแต่งตั้งฮุสเซนผู้ถูกเนรเทศ กลายเป็นผู้ปราบโจร เป็นองครักษ์ประจำวังหลวง
ข้อคิด เหตุการณ์พลิกผันเกิดขึ้นได้เสมอ จากผู้ถูกเนรเทศ วิ่งหนีโจร กลายเป็นผู้ถูกต้อนรับ และสุดยอดนักรบ  คนดีผู้มีศีลธรรมตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ให้ร้ายก็กลับดี ศรัทธาที่แท้จริง ความกล้าหาญ ความเสียสละนำมาซึ่งชัยชนะและความยิ่งใหญ่

58.ฮะซันพ่อค้าผู้หลับๆตื่นๆ

พ่อค้าอาบูฮะซันได้รับมรดกเมื่อพ่อตาย เป็นเศรษฐี ใช้เงินฟุ่มเฟือยเลี้ยงดูเพื่อนและนารี ผ่านไป1ปีเงินหมด จึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อน แต่ไม่มีใครช่วย อาบูฮะซันจึงขยันทำงานเก็บออมเงิน ค้าขายกลับมาเป็นเศรษฐีร่ำรวยเช่นเดิม จึงตั้งใจว่าจะไม่คบเพื่อนชาวแบกแดดจะคบแต่เพื่อนจากแดนไกลซึ่งจะคบเพียงวันเดียวเท่านั้น รุ่งขึ้นจะทำเป็นไม่รู้จัก สุลต่านอัลราสจิดชอบปลอมตัวเป็นพ่้อค้าออกเยี่ยมเยียนราษฎรพร้อมกับองครักษ์ฮุสเซน ได้ผ่้านไปบ้านอาบูฮะซันและได้รับการต้อนรับให้อยู่พักได้เพียง1วัน สุลต่านจึงคุยและสอบถามที่มาที่ไปของการกระทำของอาบู อาบูจึงเล่าเรื่องเพื่อนกินที่ทิ้งกันในยามยาก และเล่าถึงอีแมนคนเลวและศิษย์ชั่วทั้ง4ซึ่งสุลต่านควรจะลงโทษ สุลต่านอัลราสจิตรู้สึกสนุกชอบใจจึงแกล้งมอมยาอาบูฮะซันนำตัวเข้าวังแต่งตัวอาบูให้เป็นสุลต่านและกำชับขุนนางและสนมกำนัลให้ปฏิบัติต่ออาบูเช่นเดียวกับสุลต่านอาบูตื่นขึ้นมาตกใจไม่คิดว่าตนเป็นสุลต่านแต่ขุนนางบอกให้อาบูเชื่อและว่าราชกิจซึ่งอาบูฮะซันสามารถทำงานได้อย่างดีค่ำลงอาบูถูกวางยานอนหลับนำตัวกลับไปส่งที่บ้านเมื่ออาบูตื่นขึ้นมาแล้วคิดว่าตนเป็นสุลต่านแม่ต้องพาไปรักษาจนเป็นปกติ ต่อมาสุลต่านนึกสนุกทำเช่นเดิมโดยมอมยาอาบูเอาตัวเข้าวังแล้วแต่งตัวเป็นสุลต่าน อาบูเต้นรำสนุกสนานกับนางกำนัลสุลต่านที่แอบดูเผลอหัวเราะอาบูจึงรู้ว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากสุลต่าน อาบูขออภัย สุลต่านไม่ถือโทษและแต่งตั้งอาบูฮะซันให้อยู่ในวังรวมทั้งมอบนางกำนัลอัวดัดให้เป็นภรรยา รวมทั้งมอบทองคำให้ อาบูและภรรยาใช้เงินฟุ่มเฟือยจนหมดจึงจะขอเงินค่าปลงศพโดยอาบูจะไปขอเงินจากสุลต่าน และนางอัวดัดจะไปขอเงินจากมเหสีโซบิเด สุลต่านและมเหสีเสด็จมาเยี่ยมที่บ้านอาบูพบว่าทั้งคู่แกล้งนอนตาย สุลต่านจึงตรัสว่าใครตายก่อนกันจะได้ทองคำพันชั่ง ทั้งอาบูและอัวดัดลุกขึ้นพร้อมกัน ทุกคนต่างสนุกสนาน สุลต่านจึงให้ทองทั้งคู่และเลี้ยงดูอาบูฮะซันอย่างดี ทั้งฮะซันและฮุสเซนเป็นเพื่อนสุลต่านปลอมตัวออกเยี่ยมเยียนประชาชนเป็นประจำเพื่อบำบัดทุกข์ราษฎร

ข้อคิดผู้เป็นใหญ่ต้องคงไว้ซึ่งคุณธรรมจึงจะได้ชื่อว่าเป็นใหญ่อย่างแท้จริง,ความรักอันยิ่งใหญ่คือความรักของบุพการี,เพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายาก,ขยันทำงานออมเงินจะร่ำ่รวย เกียจคร้านการงาน ฟุ่มเฟือยจะยากจน

พุทธทำนาย(The prophesy)

คำทำนายของพระพุทธเจ้ากับพระเจ้าโกศลซึ่งพระเจ้าโกศลนอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นเมื่อใกล้รุ่ง พราหมณ์ทั้งหลายบอกพระเจ้าโกศลว่าจะเกิดเรื่องร้ายต้องทำการบูชายัญแต่เมื่อทำการบูชายัญแล้วก็ยังคงฝันร้ายต่อเนื่อง มเหสีเห็นพระราชากลัดกลุ้มจึงให้ไปหามหาพราหมณ์พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงทำนายฝันพระเจ้าโกศลซึ่งเป็นเรื่องที่จะเกิดในอนาคตกลียุคสมัยที่มนุษย์จิตใจเสื่อม ไม่ได้เกิดสมัยพระเจ้าโกศล ทำให้พระเจ้าโกศลสบายใจนอนหลับ ซึ่งคำทำนายนั้นเกิดขึ้นจริงเรื่องร้ายที่กล่าวถึงจะเกิดในปัจจุบันยุคที่คนจิตใจต่ำ้ตรงตามคำพูดของพระพุทธเจ้าทุกประการ

๑.ม้า๒ปาก

ผู้พิพากษาไม่มีความยุติธรรม รับสินบนจากทั้ง2ฝ่าย ตัดสินคดีความลำเอียงเพื่อผลประโยชน์ที่มากกว่า

๒.โคหนุ่มเทียมเกวียนลากเกวียนไม่ไหว

การใช้คนที่ไม่มีความสามารถ ไม่มีประสบการณ์ อายุน้อย กิจการงานจึงไม่ประสบความสำเร็จ เหมือนโคหนุ่มไร้กำลังไม่สามารถลากเกวียนได้ สู้โคแก่ที่มีกำลังไม่ได้

๓.โค๔ตัววิ่งมาจาก๔ทิศทำท่าจะชนกันแต่ไม่ชน

เมฆฝนดำทะมึนจากสี่ทิศทำท่าเหมือนฝนจะตกหนักแต่ไม่ตก ฝนไม่ตกตามฤดูกาลและตกหนักในที่ไม่ควรตก

๔.หุงข้าว๓ประเภท ข้าวไหม้ ข้าวสุก ข้าวเปียก

ฝนไม่ตกตามฤดูกาลและตกหนักบ้าง พอดีบ้าง และไม่มีฝนแห้งแล้ง พื้นที่บางแห่งปลูกข้าวไม่ได้แล้งฝนเหมือนข้าวไหม้ บางแห่งฝนพอดีปลูกข้าวได้เหมือนข้าวสุก บางแห่งฝนตกหนักนำ้ท่วม เหมือนข้าวเปียก

๕.แม่โคดูดนมลูกโค

พ่อแม่ต้องอาศัยลูกเลี้ยงดู หรือ ลูกไม่ยอมเลี้ยงดูพ่อแม่จนพ่อแม่ต้องง้อขอเงินลูกดุจดังแม่โคดูดนมลูกโค

๖.หน่อไม้ออกดอกตั้งแต่ต้นเล็ก

เด็กสาวอายุไม่มากก็มีเพศสัมพันธ์ มีลูกตั้งแต่วัยเด็ก

๗.สุนัขจิ้งจอกฟั่นเชือก

ชาย หญิงทำผิดประเวณี คบชู้ไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง ผลาญเงินทองที่คู่ครองหามาได้ คู่ครองขยันทำงานหาเงินดุจชายหนุ่มนั่งถักเชือก เชือกหย่อนมาใต้ถุนถูกสุนัขจิ้งจอกกัดฟั่นเชือกที่ถักแล้วให้หลุดลุ่ยคือคู่ครองที่ไม่ซื่อสัตย์ผลาญเงินทอง

๘. สุนัขจิ้งจอกฉี่ราดถาดทอง

หญิงสาวในตระกูลสูงศักดิ์ต้องมาแต่งงานกับคนสกุลต่ำกว่าหรือคนเลว เหมือนถาดทองที่รองรับฉี่สุนัขจิ้งจอก

๙.ตักนำ้ตุ่มเล็กใส่นำ้ตุ่มใหญ่

ผู้สูงศักดิ์ ราชาตกยาก ต้องเรี่ยไรเงินจากประชาชนที่ยากจนกว่า เสมือนตักนำ้ตุ่มเล็กใส่นำ้ตุ่มใหญ่

๑๐.กากลางสระ หงส์ริมสระ

คนเลว ต่ำศักดิ์ กลับได้ดีมีอำนาจเหมือนกาอยู่กลางสระ คนดีสูงศักดิ์กลับตกต่ำต้องหลบหลีกเหมือนหงส์อยู่ริมสระ

๑๑. น้ำ้เต้าจม

คำพูดของคนไม่น่าเชื่อถือกลับได้รับการเชื่อถือ

๑๒.ศิลาลอยน้ำ

คำพูดของคนที่น่าเชื่อถือกลับไม่ได้รับการเชื่อถือ

๑๓.คนเอาแก่นจันทน์ราคาแพงไปแลกกับเปรียงเน่า

อลัชชีสั่งสอนธรรมะเพื่อแลกกับเงิน

๑๔.ฝูงเขียดกินงู

ผู้ไม่มีอำนาจต่ำศักดิ์กลับข่มเหงผู้มีอำนาจสูงศักดิ์ หรือ ภรรยาและเด็กข่มเหงสามี

๑๕..แกะต้อนเสือ

ผู้เลวมีอำนาจกล้าขับไล่คนดีมีศีลธรรม เสือหรือคนดีต้องหลบหนีคนเลว

๑๖.ฝูงสัตว์กินน้ำริมสระ น้ำริมสระใส น้ำกลางสระขุ่น

คนเลวปกครองเมืองรีดนาทาเร้น ประชาชนหนีไปอยู่นอกเมืองหลวง ชนบทมีคนมากเมืองหลวงมีคนน้อย

ทุกเรื่องที่ทำนายเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน สภาพภูิมิอากาศวิปริตบางแห่งเกิดพายุฝนน้ำท่วม บางแห่งแห้งแล้ง ผู้คนไร้ศีลธรรม คนทำชั่วผิดประเวณี คนชั่วทำชั่วเพื่อมีอำนาจ คนดีกลับต้องหลบหลีกปฏิบัติธรรม คนไม่มีความรู้ความสามารถแต่อยากเป็นใหญ่กล้าทำชั่วทุกแบบอย่างไม่ละอาย ประชาชนไม่มีอาวุธกลับกล้าขับไล่ผู้มีอาวุธมีการปฏิวัติโค่ีนล้มฆ่าฟันนองเลือดเกิดสงครามขึ้นทั่วโลกมากมาย

ดังนั้นจึงควรมีสติรู้เหตุผลแห่งความเป็นไปอันเนื่องจากสาเหตุคือความไร้ศีลธรรม หากต้องการให้โลกสงบสุขผู้คนต้องมีศีลธรรม ในยุคของพระเจ้าโกศลคนมั่นคงในศีลธรรมเรื่องร้ายต่างๆจึงไม่เกิด ปัจจุบันโลกเต็มไปด้วยคนชั่วจึงเกิดเรื่องร้ายนานาประการดังที่พระพุทธเจ้ากล่าวทุกประการ

ข้อคิดที่ได้ ความดี ศีลธรรมเท่านั้นที่จะทำให้โลกสงบสุข

เรื่องของโลกไตรภูมิ(Nirvana,God,Heaven,Earth,Hell)

เรื่องของโลกมีกล่าวถึงในคัมภีร์ทุกศาสนา สิ่งที่อยู่เหนือโลกเหนือธรรมชาติของการเวียนว่ายตายเกิดคือนิพพาน หรือพระเจ้า(สภาพธรรมที่อยู่เหนือธรรมชาติ) ผู้ที่ฉลาดเลิกยึดติดกับโลก อยู่เหนือโลก เป็นสภาวะสมบูรณ์ที่สุดของสติปัญญาและคุณธรรม สภาวะแห่งความสุขนิรันดรไม่กลับหวนสู่โลกพ้นการเวียนว่ายตายเกิด ควรทำความเข้าใจนิพพานหรือพระเจ้า นิพพาน สงบเย็นปราศจากสิ่งเสียดแทงและพิจารณาความจริงของสรรพสิ่งละความอยากเกิดและความโง่เข้าสู่นิพพานหรือกลับคืนสู่พระเจ้าที่เป็นอมตะไม่มีการเกิดแก่เจ็บตาย

โลกในที่นี้หมายถึงห้วงสังสารวัฏของการเกิดแก่เจ็บตาย ที่อยู่ของสัตว์ ทั้งหลาย ผู้ที่ยังโง่ไม่รู้เรื่องของโลกหรือรู้วิธีสิ้นทุกข์ยังคงต้องเวียนว่ายตายเกิดในโลกที่เต็มไปด้วยทุกข์ สภาพที่เปลียนแปลงไม่คงทน ไม่ใช่ตัวตนที่มั่นคง ไม่ว่าพรหม สวรรค์ โลกมนุษย์ หรือนรกล้วนมีความทุกข์ต่างกันที่มากหรือน้อย วนเวียนว่ายตายเกิดมิรู้จบสิ้น อาจแบ่งโลกเป็น3ภูมิ

๑.)โลกุตรภูมิ :ที่อยู่ที่พ้นจากโลก นิพพาน,พระเจ้าเหนือโลก พ้นการเวียนว่ายตายเกิด

ที่อยู่แห่งจิต ของมนุษย์ เทวดา พรหม ก่อนเข้าถึงนิพพาน มี4ภูมิ

1.โสดาบันโลกุตรภูมิ :ผู้ถึงกระแสนิพพาน ผู้มีดวงตาเห็นธรรม ละสังโยชน์เครื่องผูกมัดสัตว์ไว้กับโลก ละความยึดถือในตัวตน ละความสงสัยในคำสอน ละความยึดถือที่ไม่ถุกทาง มีศีลบริสุทธิ 3จำพวก พระเอกพีชีโสดาบัน เกิดอีกชาติเดียว ,พระโกลังโกละโสดาบัน เกิดอีก 2-3ชาติ,พระสัตตขัตตุปรมโสดาบัน เกิดอีกไม่เกิน7ชาติ

2.สกิทาคามีโลกุตรภูมิ :ผู้จะมาเกิดอีกครั้งเดียว มีศีลบริสุทธิ เจริญวิปัสสนา(ใช้สติปัญญา)ทำราคะ โทสะ โมหะให้เบาบาง

3.อนาคามีโลกุตรภูมิ :ผู้จะไม่กลับมา มีสมาธิอันเป็นเลิศ ละปฏิฆะและกามราคะ มนุษย์ตายแล้วไม่กลับมาไปเกิดยังแดนพรหมแล้วเข้าสู่นิพพาน

4.อรหัตโลกุตรภูมิ :ผู้สมควรแก่การบูชา ผู้ปราศจากกิเลส เข้าถึงนิพพาน เจริญสติปัญญา พิจารณาความจริง ไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พิจารณารูป(สิ่งที่จับต้องได้)นาม(สิ่งที่จับต้องไม่ได้ เวทนา ความรู้สึกสุขทุกข์,สัญญา ความจำได้,สังขาร การปรุงแต่ง,วิญญาณ การรับรู้) เห็นการเกิดดับของรูปนาม เห็นภัยจากการเกิดดับ เบื่อหน่ายโลก อยากได้นิพพาน พิจารณาไตรลักษณ์ ปล่อยวางจากการปรุงแต่งและอารมณ์ เกิดปัญญาความรู้ ละสังโยชน์สิบประการ (สักกายทิฏฐิ(ความยึดถือตัวตน),วิจิกิจฉา(ความลังเลสงสัย),สีลัพตปรามาส(การปฏิบัติผิดศีล),ปฏิฆะ(ความหงุดหงิดไม่พอใจ),กามราคะ(ความพอใจในกาม),รูปราคะ(ความพอในในรูปฌาณ),อรูปราคะ(ความพอในในอรูปฌาณ),มานะ(การถือตน),อุทธัจจะ(ความฟุ้งซ่าน),อวิชชา(ความโง่)) พิจารณาการละกิเลส เสวยผลเข้าสู่นิพพาน

๒.)สุขคติภูมิ:โลกที่เต็มไปด้วยความสุข มี๓โลก๑.พรหมโลก กามาพจรภพ:๒.สวรรค์6ชั้น,๓.มนุษย์ สัตว์ที่ทำกรรมดีทางกายวาจาใจจะได้เกิดยังที่ดีที่มีความสุข

พรหม รูปพรหม16ชั้น อรูปพรหม 4ชั้น

สวรรค์ที่ซึ่งเป็นสุขอันเลิศด้วยทิพยสมบัติ รูปกายสวยงามมีรังสี,กลิ่นหอมปราศจากของเน่าเหม็น มีความสุขจากทิพย์วิมาณ บริวาร อารมณ์อันเป็นสุขซึ่งข้องเกี่ยวด้วยกามคุณ

สวรรค์ชั้นที่1 จาตุมหาราชิกาภูมิ:ที่อยู่ท้างมหาราช4องค์ เวสสุวรรณ,ธตรฐ,วิรูหก,วิฬูปักษ์มหาราช

สวรรค์ชั้นที่2 ตาวติงสาภูมิ :ที่อยู่ของเทพ33องค์ แบ่งเป็น2แดน1.สุรภิภพ:พระอินทร์และบริวาร ,2.อสูรภิภพ:เวปปจิตตาสูร,อสัพพราสูร,เวลาสูร,พรหมทัตตาสูร

สวรรค์ชั้นที่3 ยามาภูมิ :ที่อยู่ของหมู่เทวดาที่มีพระสยามเทวราช

สวรรค์ชั้นที่4 ตุสิตาภูมิ :ที่อยู่ของเทพเจ้าผู้ยินดีแช่มชื่นเป็นนิตย์ พระศรีอาริยเมตตไตรย อยู่ที่ชั้นนี้

สวรรค์ชั้นที่5 นิมมานรตี :ที่อยู่ของเทพเจ้าผู้ยินดีในกามคุณเนรมิตตามความพอใจ นิมมิตเทวราชปกครอง

สวรรค์ชั้นทีุ่6 ปรนิมมิตวสวัตตีภูมิ :ที่อยู่ของเทพเจ้าผู้ยินดีในกามคุณซึ่งมีผู้เนรมิตให้ แบ่งเป็น2ฝ่าย ฝ่ายเทพ ปรนิมมิตเทวราชและฝ่ายมาร ปรนิมมิตรวสวัตตีมาร

๓.)ทุกคติภูมิหรืออบายภูมิ:โลกที่ปราศจากความสุขเต็มไปด้วยความทุกข์ มี4โลก

๑.สัตว์นรก(นิรยภูม)สัตว์ประสบทุกขเวทนาเพราะความร้อนทีเหนือความร้อนทั้งมวลโดยเฉพาะอเวจีมหานรก เกิดจากกรรมชั่วที่ทำด้วยโทสะ

นรกมี457ขุม ๑.มหานรก8ขุม,๒.อุสสุทนรก128ขุม ล้อมรอบมหานรกขุมละ16ขุม,๓.ยมโลกนรก320ขุม ล้อมรอบมหานรกขุมละ40ขุม,๔.โลกันตนรก1ขุม สัตว์ที่เกิดในนรกจะอยู่นานเท่าใดขึ้นกับกรรมชั่วที่ทำไว้ อปาเยสุ หิ กัมมเมวปมาณัง คนทำชั่วทางกายวาจาใจตายแล้วไปเกิดในนรกพ้นนรกอาจต้องไปเกิดในอบายภูมิอื่นๆเช่น เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน จนกว่าจะพ้นกรรมซึ่งกินเวลายาวนานมาก สัตว์นรกมีอายุยาวรับโทษทุกข์หลายล้านปีจึงจะเกิดในแดนสุขคติภูมิ

ฆ่าสัตว์ เกิดในสัญชีวมหานรก

ลักขโมย เกิดในกาฬสุตตมหานรก

พรากของรัก ผิดประเวณี เกิดในสังฆาตมหานรก

พูดชั่ว เกิดในโรรุวมหานรก

ดื่มสุรา มหาโรรุวมหานรก

มหานรก8ขุม

1.สัญชีวมหานรก:นรกที่ไม่มีวันตาย สัตว์นรกถูกนายนิรยบาลสับฟันแล่เนื้อ หรือ มือเกิดอาวุธเข่นฆ่ากันเอง ตายแล้วฟื้นมารับกรรมอย่างต่อเนื่อง500ปีนรก(1วันนรก=9ล้านปีมนุษย์)

2.กาฬสุตตมหานรก:นรกที่ลงโทษตามเส้นด้ายดำ สัตว์นรกถูกตีด้ายดำที่ทำจากโซ่เพลิงนรกแล้วถูกหั่นด้วยเลื่อยนรก ทำกรรมลักขโมย ทำร้ายครูอาจารย์

3.สังฆาตมหานรก:นรกบดขยี้สัตว์ มีภูเขาเหล็กบดขยี้หรือนายนิรยบาลทุบด้วยฆ้อนเพลิงสัตว์นรกที่มีรูปร่างประหลาดตัวเป็นคนหัวเป็นสัตว์ต่างๆ ทำกรรมฆ่าสัตว์

4.โรรุวนรก:นรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้:มีดอกบัวเหล็กครอบหัวมือเท้าเผาด้วยเพลิงนรก ทำกรรมผู้พิพากษาไม่ยุติธรรม แย่งผัวเมีย แย่งที่ดิน แย่งของสงฆ์

5.มหาโรรุวมหานรก:นรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องครวญครางมากมาย สัตว์นรกเผาไหม้ทั้งตัวในดอกบัวเหล็ก ทำกรรมทำชั่วด้วยความอาฆาตฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ขโมยของสงฆ์ ทำร้ายผู้ทรงศีล

6.ตาปนมหานรก:นรกทำให้สัตว์เร่าร้อน สัตว์นรกถูกเสียบบนหลาวนรกและถูกสุนัขนรกกัดกิน ทำกรรมชั่วพรานล่าสัตว์

7.มหาตาปนมหานรก:นรกที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนเหลือประมาณ สัตว์นรกถูกไล่ฆ่าวิ่งไปบนภูเขานรกตกเขาลงขวากหอกแทงตาย ทำกรรมชั่วฆ่าคนสัตว์ให้ตายเป็นหมู่มาก

8.นรกอเวจี:นรกปราศจากการบางเบาแห่งทุกข์ ทุกข์ทรมาณตลอดเวลา เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยไฟมีเหล็กแหลมตรึงมิให้ขยับเผาไหม้ด้วยเพลิงนรกตลอดเวลา ทำกรรมหนักที่สุดฆ่าพ่อแม่พระอรหันต์ทำร้ายพระพุทธเจ้าทำให้สงฆ์แตกกัน

โลกันตนรก นรกขุมพิเศษอยู่นอกจักรวาลระหว่าง3ภูมิ มืดมิดปราศจากแสงสว่าง สัตว์นรกมีร่างกายใหญ่โตกัดกินกันเองตกลงไปยังทะเลน้ำ้กรด ทำกรรมหนักทำร้ายพ่อแม่ผู้ทรงศีล วางเพลิงเผาวัด

๒. เปรต,สัตว์ที่ประสบทุกข์เพราะความอยากอาหาร มิได้รับอาหาร เต็มไปด้วยไฟในกาย กรรมชั่วที่ทำด้วยความโลภ

๓.อสุรกาย,สัตว์ที่ประสบทุกขเวทนาเพราะความกระหายน้ำ มิได้รับน้ำ ร่างกายน่าเกลียดน่ากลัว กรรมชั่วที่ทำด้วยความโลภ

๔.สัตว์เดียรัจฉาน,สัตว์ที่มีลำตัวทางขวาง จิตใจขวาง มีภัยรอบด้าน กรรมชั่วที่ทำด้วยโมหะ(หลงอยู่กับการกินนอนสืบพันธ์ไม่รู้สิ่งที่ควรรู้)

ควรพิจารณาเรื่องของโลกซึ่งวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์หรือหยั่งถึงได้ โลกซึ่งเข้าถึงและเข้าใจด้วยสติปัญญา เมื่อเข้าใจโลกดีแล้ว ๑.ควรละชั่วเพื่อไม่ต้องไปอบายภูมิ ๒.ทำแต่ความดีเพราะอย่างน้อยได้เกิดในสุขคติภูมิเป็นมนุษย์ เทวดาหรือพรหม ๓.ทำจิตให้บริสุทธิ ทำจิตใจให้เบิกบาน หมั่นพิจารณาความจริง จนกว่าจะละโลก เข้าสู่นิพพานหรืออยู่กับพระเจ้าที่แท้จริงสิ้นความทุกข์ บรมสุขนิรันดร

โชคดีที่เกิดเป็นมนุษย์แล้วควรเลือกไปสู่ที่ที่ดีกว่าด้วยการฝึกจิต ฝึกสติปัฏฐานสี่